94,701 คน คือจำนวนข้าราชการพลเรือนสามัญที่สำนักงาน ก.พ. ประเมินว่าจะเกษียณอายุราชการในช่วง ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2577 ตัวเลขนี้คิดเป็นค่าเฉลี่ยประมาณ 9,470 คนต่อปี
และที่น่าจับตาคือ จำนวนผู้เกษียณไม่ได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในช่วงปลายของทศวรรษ โดยปีงบประมาณ 2577 คาดว่าจะมีผู้เกษียณถึง 11,172 คน ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดในช่วง 10 ปีที่สำนักงาน ก.พ. ประเมินไว้
เมื่อมองตัวเลขนี้อย่างผิวเผิน เราอาจคิดว่านี่คือเรื่องของ คนเกษียณ แต่ในมุมของการบริหารภาครัฐ นี่กำลังกลายเป็นคำถามที่ใหญ่กว่านั้น
เมื่อคนลดลงแต่งานและภารกิจของภาครัฐยังต้องเดินต่อ เราจะออกแบบระบบการทำงานอย่างไร?
94,701 คน ที่จะเกษียณอายุราชการ ไม่ได้หมายถึงแค่เก้าอี้ว่าง
ข้อมูลของสำนักงาน ก.พ. แสดงให้เห็นว่า ในช่วง 10 ปีดังกล่าว ผู้ที่จะเกษียณประกอบด้วยหลายประเภทตำแหน่ง
| ประเภทตำแหน่ง | จำนวนผู้เกษียณ |
|---|---|
| ประเภททั่วไป | 25,093 คน |
| ประเภทวิชาการ | 63,911 คน |
| ประเภทอำนวยการ | 4,809 คน |
| ประเภทบริหาร | 888 คน |
| รวมทั้งหมด | 94,701 คน |
โดยเฉพาะกลุ่ม ประเภทวิชาการ ซึ่งมีจำนวนมากที่สุด คิดเป็นประมาณสองในสามของจำนวนผู้เกษียณทั้งหมด
สิ่งที่ต้องคิดคือ งานที่คนกลุ่มนี้เคยทำ ความรู้ที่สะสมไว้ และกระบวนการทำงานที่พวกเขารับผิดชอบ จะถูกส่งต่ออย่างไร?
เพราะการสูญเสียบุคลากรหนึ่งคน ไม่ได้หมายถึงการหายไปของแรงงานเพียงหนึ่งหน่วยบางครั้งสิ่งที่หายไปพร้อมกันคือ
รัฐบาลกำลังขยับจากเพิ่มคน ไปสู่การจัดระบบคนและงานใหม่
ประเด็นนี้เริ่มเห็นทิศทางชัดขึ้นจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 รัฐบาลเห็นชอบแนวทางปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ โดยมีมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการปรับโครงสร้างกำลังคน เช่น การยุบเลิกตำแหน่งที่ว่างจากการเกษียณในบางกรณี การทบทวนตำแหน่งสายงานสนับสนุน และการเสนอแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
หนึ่งในมาตรการที่ประกาศไว้ คือ ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป จะทยอยยุบเลิกตำแหน่งในสายงานสนับสนุนบางประเภทที่รัฐบาลเห็นว่าไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบการจ้างงานประเภทข้าราชการเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งเกษียณ
ขณะเดียวกัน สำหรับตำแหน่งข้าราชการประเภทวิชาการและประเภททั่วไปที่ว่างจากการเกษียณในช่วงปีงบประมาณ 2571–2575 ก็มีแนวทางให้ยุบเลิกตำแหน่งบางส่วนโดยไม่ทดแทนด้วยกรอบพนักงานราชการตามเงื่อนไขที่กำหนด
นี่จึงสะท้อนการเปลี่ยนโจทย์ครั้งสำคัญ
ถ้าจำนวนคนไม่ใช่คำตอบแล้วคำตอบที่แท้จริงคืออะไร?
เมื่อจำนวนบุคลากรไม่สามารถเพิ่มได้ตามภารกิจที่เพิ่มขึ้น การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการกลับไปดูที่เนื้องาน
งานหนึ่งชิ้นอาจประกอบด้วยขั้นตอนมากมาย
- งานใช้เวลามากแต่สร้างคุณค่าไม่มาก
- งานที่สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยได้
- ขณะที่บางงานยังจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจของมนุษย์
และเราต้องกลับมาดูว่า งานทั้งหมดที่เรากำลังทำอยู่ มีงานอะไรบ้างที่ไม่จำเป็นต้องทำแบบเดิมอีกต่อไป?
AI จึงไม่ได้เข้ามาเพื่อแทนคน
ทิศทางของภาครัฐในปัจจุบันสะท้อนให้เห็นว่า AI กำลังถูกวางไว้ในบริบทที่กว้างกว่าการสร้าง Chatbot
เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 สำนักงาน ก.พ.ร. เห็นชอบในหลักการแนวทางพัฒนา AI Repository และ AI Agentic Chatbot กลางสำหรับภาครัฐ
AI Repository มีเป้าหมายรวบรวมตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อลดการพัฒนาและลงทุนซ้ำซ้อน และต่อยอดเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน AI
ส่วน AI Agentic Chatbot อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลบริการจากหลายหน่วยงาน ให้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลบริการผ่านจุดเดียว โดยมีการนำร่องเชื่อมโยงข้อมูลจาก 5 หน่วยงานแล้ว
นอกจากนี้ สำนักงาน ก.พ.ร. ยังระบุว่า Government AI Repository มีการรวบรวม 55 Use Cases พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริงในหน่วยงานภาครัฐ เช่น AI ช่วยอ่านภาพเอกซเรย์ทรวงอก และ AI Chatbot สำหรับตอบคำถามด้านภาษีของประชาชน
ปรับให้คนลดลงไม่ได้หมายความว่างานจะลดตาม
นี่อาจเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญที่สุดของการบริหารภาครัฐในอนาคต
หากภารกิจยังต้องเดินต่อ
- ประชาชนยังต้องได้รับบริการ
- ข้อมูลยังต้องถูกวิเคราะห์
- เอกสารยังต้องจัดการ
- ความรู้ยังต้องถูกส่งต่อ
- และผู้บริหารยังต้องตัดสินใจ
สิ่งที่ต้องเปลี่ยนจึงอาจไม่ใช่แค่ จำนวนคน แต่คือ วิธีที่องค์กรทำงาน
และใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจัดการส่วนที่ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาของคน
ภาครัฐในอนาคตอาจไม่ได้แข่งขันกันว่าหน่วยงานไหนมีคนเก่งกว่า
แต่อาจแข่งขันกันว่า หน่วยงานไหนออกแบบระบบการทำงานได้ดีกว่า?
เพราะเมื่อกำลังคนมีข้อจำกัด การเพิ่มประสิทธิภาพไม่ได้เริ่มต้นจากการทำให้คนทำงานเร็วขึ้นเสมอไป
เรายังจำเป็นต้องทำงานนี้อยู่หรือไม่?
และถ้าจำเป็นต้องทำ
เราจำเป็นต้องทำด้วยวิธีเดิมหรือไม่?
นี่คือเหตุผลที่การนำ AI เข้ามาในภาครัฐ และ AI จะเข้าไปเปลี่ยนวิธีทำงานขององค์กรตรงไหน เพื่อให้คนที่มีอยู่สามารถสร้างผลงานที่สำคัญกว่าเดิมได้อย่างไร
ขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก
-
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.)
ประมวลจำนวนข้าราชการพลเรือนสามัญที่จะเกษียณอายุในอีก 10 ปีข้างหน้า
https://www.ocsc.go.th/wp-content/uploads/2026/02/thai-gov-manpower-2567.4.pdf -
รัฐบาลไทย
มติ ครม. เรื่อง แนวทางปฏิรูประบบการบริหารจัดการกำลังคนภาครัฐ วันที่ 11 สิงหาคม 2569
https://www.thaigov.go.th/th/news/167526 -
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)
แนวทางพัฒนา AI Repository และ AI Agentic Chatbot กลางสำหรับภาครัฐ
https://www.opdc.go.th/50700/ -
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สำนักงาน ก.พ.ร.)
Government AI Repository และตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในหน่วยงานภาครัฐ
https://www.opdc.go.th/50648/

